Rhynchostylis gigantea - ช้างกระ
ลักษณะ: พบมากทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ เป็นกล้วยไม้อิงอาศัย ขนาดต้นค่อนข้างใหญ่ ใบหนา ออกสลับซ้ายขวาของต้นค่อนข้างถี่ กลีบดอกสีขาวประดุจม่วงชมพู กลีบปากสีชมพูอมม่วง ช่อดอกแบบกระจะออกที่ข้างลำต้น ขนาดดอก 3 ซม. ชื่อเรียกตามสีของดอก เช่น ช้างแดง ดอกสีแดง, ช้างเผือก ดอกสีขาว ส่วนกระช้างกระเป็นพวกที่มีกลีบขาวประดุจม่วงชมพู เป็นกล้วยไม้ที่งามสง่า มีกลิ่นหอมมาก
ฤดูออก : ช่วงเดือนธันวาคม ถึง กุมภาพันธ์ของทุกปี

Ascocentrum curvifolium -- เอื้องเข็มแดง
ลักษณะ : พบขึ้นตามป่าทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือ มีดอกขนาดเล็ก ใบมีสีเขียวอ่อน ค่อนข้างอวบน้ำ ใบแคบ โค้ง เรียว รูปดอกรูปทรงกระบอกตั้งตรง ยาวประมาณ 20 ซม. แต่ละช่อดอกมีดอกขนาดเล็กจำนวนมาก บานทนทาน กลีบดอกสีแดง หรือสีอมส้ม
ฤดูดอก : ช่วงเดือนเมษายน ถึง พฤษภาคมของทุกปี

Paphiopedilum concolor - รองเท้านารีเหลืองปราจีน
ลักษณะ : เป็นกล้วยไม้ดินลำต้นสั้น ถิ่นกำเนิดอยู่ป่าภาคตะวันออก ชอบขึ้นอยู่กับหินปูนผุกร่อนกับเศษใบไม้บริเวณดินร่วน ผิวใบด้านบนลาย หลังใบเขียว หรือมีสีม่วงประปราย ก้านดอกตั้งตรง ออกดอกเป็นช่อที่ปลายยอดจำนวน 1-3 ดอก กลีบเกลี้ยงและกลีบดอกเหลืองอ่อน เหลืองเข้ม และสีเหลืองอมเขียว มีประสีเลือดหมูกระจายทั่วทั้งดอก ด้วยความสวยงามนี้จึงเป็นที่ชื่นชอบของชาวต่างชาติ
ฤดูดอก : ออกดอกชุกในช่วงเดือนมิถุนายน ถึง สิงหาคม ของทุกปี

Bulbophyllum affine - สิงโตงาม
ลักษณะ : อิงอาศัยตามต้นไม้ที่ค่อนข้างชื้นตามริมหน้าผา เช่นที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึง ชอบขึ้นรวมกันเป็นกลุ่มอย่างหนาแน่น หัวรูปกรวยแกมทรงกระบอก แต่ละหัวจะมีใบเพียง 1 ใบ ใบหนา อวบแข็ง ดอกเป็นดอกเดี่ยวขนาดประมาณ 2.5 ซม. ออกจากข้อตามเหง้าใกล้ฐานของลำลูกกล้วย ดอกสีเขียวอมเหลือง มีแถบสีม่วงแดงตามยาวที่กลีบดอกและกลีบเกลี้ยง เป็นกล้วยไม้ป่าที่มีดอก สวยงาม แต่พบได้ไม่บ่อยนัก
ฤดูดอก : ช่วงเดือนพฤษภาคม ถึง กรกฎาคมของทุกปี

Dendrobium chrysotoxum - เอื้องคำ
ลักษณะ : กล้วยไม้อิงอาศัยตามต้นไม้ในป่าโปร่งและป่าดิบ พบมากในแถบภาคเหนือ ใบออกเรียงสลับ 2-3 ใบ เวลาออกดอกจะไม่ทิ้งใบ ดอกออกเป็นช่อยาวห้อย โค้งสวยงาม ช่อหนึ่งมี 15-20 ดอกขึ้นไป ดอกสีเลืองสดหรือสีเหลืองทอง กลีบปากเป็นสีเหลืองเข้ม ดูเด่นสง่างาม มีเส้นละเอียดสีแดงหลายเส้นที่โคนปาก ปลายแผ่นปากมีขนละเอียดนุ่ม ดอกมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ
ฤดูดอก : ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ถึง เมษายนของทุกปี

Dendroblum lituiflorum - เอื้องสายม่วง
ลักษณะ : เป็นกล้วยไม้อิงอาศัย พบตามป่าดิบและป่าสนทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ต้นเป็นลำกลมทอดเอนยาวห้อยลง แตกหน่อเจริญเติบโตทางด้านข้าง ใบออกเรียงสลับตามข้อต้น แผ่นใบค่อนข้างบาง ดอกเกิดตามข้อเป็นระยะยะ ๆ เกือบตลอดต้น กลีบเลี้ยงและกลีบดอกเป็นสีม่วงอมแดง โคนกลีบปากห่อเป็นหลอด มีแถบวงสีขาวตรงปลายกลีบปากดูโดดเด่น มีขนนุ่มและแต้มสีม่วงเข้มที่กลางกลีบ ดอกบานทนหลายวันและมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ด้วยช่อดอกที่ห้อยย้อยลงจึงดูอ่อนหวานสวยงาม
ฤดูดอก : ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ถึง มีนาคมของทุกปี

Cymbidium insigne - สำเภางาม
ลักษณะ : เป็นกล้วยไม้ดินขนาดใหญ่ พบตามทุ่งหญ้าป่าสนที่มีความชื้นสูง มีถิ่นกำเนิดทางภาคเหนือและภาคอีสาน ใบเป็นแถบยาวค่อนข้างบางผิวมันเล็กน้อย ดอกมีขนาดใหญ่ สีชมพูอ่อนหรือสีขาวอมชมพูระเรื่อ ช่อดอกยาวได้ถึง 120 ซม. ดอกบานทนและทยอยบานเป็นเวลานาน ดอกบานใหม่กลีบปากสีอ่อนแล้วจะเข้มขึ้นเรื่อย ๆ สำเภางามเป็นกล้วยไม้ที่มีลักษณะสวยงามมาก
ฤดูดอก : ช่วงเดือนตุลาคม ถึง พฤศจิกายนหรือไปจนถึงช่วงฤดูหนาว

Cattleya Queen Sirikit - แคทลียา ควีนสิริกิติ์
ลักษณะ : กล้วยไม้แคทลียา "ควีนสิริกิติ์" เป็นกล้วยไม้ลูกผสมออกดอกเดี่ยวหรือเป็นช่อจะมี 1-4 ดอกต่อช่อ ดอกมีขนาดใหญ่ กลีบดอกสีขาวนวล กลีบดอกและกลีบปากแผ่กว้าง ขอบกลีบย่นเป็นคลื่น มีลักษณะเด่นที่กลีบปากส่วนกลาง มีหยักเว้าลึกและมีแต้มสีเหลืองทองด้านใน แคทลียาลูกผสมนี้มีความสวยงามมาก จึงได้ขอพระราชทานพระราชานุญาตเชิญพระนามาภิไธย "สิริกิติ์" เป็นชื่อของกล้วยไม้ลูกผสมพันธุ์นี้ว่า "แคทลียา ควีนสิริกิติ์"
ฤดูดอก : ออกดอกเกือบตลอดปี

Rhynchostylis coelestris - เอื้องเขาแกะ
ลักษณะ : กล้วยไม้อิงอาศัยพบได้เกือบทุกภาคยกเว้นภาคใต้ ออกดอกได้ดีในภาคกลาง ใบเรียงสลับซ้ายขวาระนาบเดียว แผ่นใบหนาและเหนียวมักพับเข้าหากัน ช่อดอกตั้ง ดอกย่อยในช่อเรียงแน่น ดอกบานเต็มที่ขนาด 2 ซม. กลีบเลี้ยงและกลีบดอกสีม่วงคราม บางพันธุ์สีม่วงอมชมพู กลีบปากสีม่วงอมน้ำเงิน ดอกบานและมีกลิ่นหอม จะออกดอกพร้อมกันครั้งละหลาย ๆ ช่อ
ฤดูดอก : ช่วงเดือนเมษายน ถึง มิถุนายนของทุกปี

Dendrobium senile - เอื้องชะนี
ลักษณะ : เป็นกล้วยไม้สกุนเดนโดเบี้ยม อาศัยอยู่บนคบไม้ ชอบอากาศหนาวจัด จึงมักพบได้เฉพาะทางภาคเหนือของประเทศ ต้นแนบกับเปลือกไม้ ลำต้นเป็นปล้องข้อคล้ายหัว มีขนสีขาวยาวนุ่มค่อนข้างหนาแน่นปกคลุม แผ่นใบบางและอ่อนทิ้งใบก่อนออกดอก ออกดอกเดี่ยวหรือเป็นคู่ ช่อดอกสั้นช่อละ 1-2 ดอก ก้านดอกยาวประมาณ 3-4 ซม. ขนาดดอก 2.3-3 ซม. กลีบดอกสีเหลืองสดใส ปัจจุบันพบน้อยมาก
ฤดูดอก : ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ถึง เมษายนของทุกปี

Doritis pulcherima - ม้าวิ่ง
ลักษณะ : ขึ้นตามพื้นดินหรือแอ่งหินที่มีอินทรียวัตถุทับถมกัน พบทางภาคเหนือและภาคอีสาน ลำต้นสั้น ใบหนาอวบน้ำและค่อนข้างแข็งแรง ช่อดอกตั้งตรง สีของดอกมีความหลากหลายตั้งแต่สีเกือบขาวไปจนถึงม่วงอมชมพูเข้ม กลีบเลี้ยงลู่ไปด้านหลัง กลีบปากมีสีขาวแซมจากโคนกลีบ ดอกจะทยอยกันบานและก้านช่อดอกยืดยาวออกไปเรื่อย ๆ จัดเป็นกล้วยไม้ที่ปลูกเลี้ยงง่าย สีสันสดใส
ฤดูดอก : ช่วงเดือนมิถุนายน ถึง พฤศจิกายน ของทุกปี หรือไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับแหล่งอาศัย

Vanda coerulea - ฟ้ามุ่ย
ลักษณะ : เป็นกล้วยไม้อิงอาศัย ที่มีถิ่นกำเนิดทางป่าดิบเขาทางภาคเหนือ มีใบเกือบตลอดต้นซ้อนเรียงสลับกัน ปลายใบป้าน ช่อดอกตั้งตรงยาวประมาณ 20-50 ซม. ออกดอก 5-15 ดอก ฟ้ามุ่ยเป็นกล้วยไม้ที่มีความหลากหลายของขนาดต้น ใบ ดอกและสีของดอกมาก ดอกสีฟ้าอ่อนจนถึงฟ้าอมม่วง มีลายเป็นตารางสีแก่กว่าสีพื้น กลีบปากสีม่วงแกมน้ำเงิน ปากเล็ก หูปากแคบโค้งปลายมน เส้าเกสรเบื้องบนสีขาว ดอกมีขนาดใหญ่และบานทนนาน
ฤดูดอก : ช่วงเดือนกรกฎาคม ถึง กันยายนของทุกปี
